ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา มีดราม่าในโลกโซเชียลที่ดังระดับประเทศเกิดขึ้นนั่นก็คือ แบรนด์ D&G (Dolce & Gabbana) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีกับประชาชนชาวจีน บอกได้เลยว่างานเข้า D&G เต็มๆ (ใครที่ยังไม่รู้ข่าวนี้ไปลองเสิร์ชดูนะ) งานนี้ถึงขนาดดาราจีน Cancel ไม่ขอร่วมงานด้วย รวมไปถึง e-Commerce ยักษ์ใหญ่ของจีนต่างก็พากันถอดสินค้าของแบรนด์นี้ออก แถมโพสต์ใน Weibo (โซเชียลมีเดียของจีน) กันรัวๆ พี่สมาร์ทบอกได้เลยว่า D&G ได้หมดอนาคตในตลาดจีนเรียบร้อยแล้ว

แต่ครั้นจะพูดถึงการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนให้คนโรงแรมฟัง ก็ได้พูดถึงเทคนิคกันไปแล้วในบทความ 5 เทคนิค เจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน งั้นวันนี้พี่สมาร์ทจะมาถอดบทเรียนจากแบรนด์ D&G ให้ฟังกัน

1.ต้องศึกษาวัฒนธรรมของเป้าหมายให้ดี

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคลิป “กินอาหารด้วยตะเกียบ” ดึงเอาวัฒนธรรมการใช้ตะเกียบของจีน ‘พยายาม’ นำมาผสมผสานกับการกินอาหารอิตาเลี่ยน อย่างพิซซ่า สปาเก็ตตี้ คนทำคลิปควรจะต้องศึกษาวัฒนธรรมของจีนมาระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่จะเห็นได้ว่า คนทำคลิปนั้นอาจจะคิดตื้นเกินไปในการตีความวัฒนธรรมการใช้ตะเกียบของคนจีนออกมาแบบนั้น ทำให้คนจีนส่วนใหญ่มองว่า “คลิปนี้จะดูถูกคนจีนว่าไม่รู้จักวิธีการกินอาหารยุโรป และคนจีนก็ไม่ได้กินอาหารด้วยตะเกียบทุกอย่าง”

บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะเข้าหาลูกค้าหรือกลุ่มตลาดเป้าหมายใด สิ่งแรกที่ควรจะศึกษาเลยก็คือ ‘วัฒนธรรม’ ของประเทศนั้นๆ ใช้เวลาศึกษาให้มาก ถ้าไม่รู้ก็พยายามหาคนถามหรือแหล่งอ้างอิงจากหลายๆ ที่ ยิ่งเป็นประเทศจีนด้วยแล้ว นี่เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เพราะคนจีนรักชาติ และมีความเป็น Unity สูงมาก เพราะฉะนั้นเวลาที่คนจีนมาเที่ยวที่ประเทศไทยคุณก็ควรจะรู้เรื่องพวกนี้เอาไว้ด้วย หากไม่ศึกษาวัฒนธรรมให้ดี ก็ยากที่จะเกิดแน่ คุณว่าจริงไหม?

2.กระแสโซเชียลมีเดียมีพลังกว่าที่คิด

ประเด็นคลิปที่ผ่านไป พอลบไปแล้วก็อาจจะลดความโกรธเกลียดลงมาได้ระดับหนึ่ง แต่เรื่องนี้แทนที่ผู้บริหารจะออกมาขอโทษ Stefano Gabbana ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของแบรนด์นี้(และเป็นเจ้าของอักษรย่อ G ใน Dolce & Gabbana) กลับออกมาเขียนข้อความใน IG ในทางที่ส่อไปถึงการดูถูกยิ่งขึ้น ประมาณว่า “คลิปโปรโมตโดนลบ เนื่องจากกลัวผู้มีอำนาจในจีน หากเป็นเขา เขาไม่ลบแน่นอน และประเทศจีนเป็นประเทศที่ (ใส่รูปemoji อุจจาระ)” และถึงแม้จะออกมาบอกว่า IG โดนแฮกในภายหลัง แต่ก็ไม่สามารทำให้กระแสโซเชียลมีเดียในจีนลดลงได้อยู่ดี โดยคำค้นหาเกี่ยวกับ D&G ติด Top5 ใน Weibo ชนิดที่ครองทั้ง 5 อันดับในประเด็นที่แตกต่างกัน

บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า กระแสโซเชียลมีเดียจีนเผ็ดร้อนไม่แพ้ของประเทศไทยเลย อย่างกรณีเรือล่มที่ภูเก็ต ก็ครองอันดับการค้นหาต้นๆ ใน Weibo เช่นกัน และก็มีการวิพากวิจารณ์กันอย่างดุเดือดไม่ว่าจะเป็นประเด็นใดก็ตาม ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตที่คนจีนที่เอาไว้ติดตามข่าวสารได้อย่างทันท่วงที (เหมือนกับ Facebook และ Twitter)รวมไปถึงดูเทรนด์ที่คนจีนกำลังให้ความสำคัญในขณะนั้นได้ด้วย แน่นอนว่าหากคนจีนจะแนะนำโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวก็ต้องมาใช้พื้นที่ใน Weibo เช่นกัน ถ้าหากเป็นเรื่องที่ดีก็จะได้ผลตอบรับในวงกว้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ดี ก็คงจะเป็นอย่างที่ D&G ได้เจอมานั่นแหละ

3.Bad lucky or Bad strategy

เหล่าคนดังในประเทศจีนที่ตอนแรกจะต้องเข้าร่วมในแฟชั่นโชว์นี้ออกมา Cancel งานและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “ไม่ขอร่วมแฟชั่นโชว์ เพราะประเทศชาติต้องมาก่อน” และแล้วการแสดงแฟชั่นโชว์ก็ได้ถูกยกเลิกไปในวันเดียวกันก่อนที่จะจัดไม่นานนัก โดยเหล่าคนดังของจีนที่ทำงานร่วมกับแบรนด์นี้ยังยกเลิกสัญญา และประกาศว่าจะไม่ทำงานด้วยอีกต่อไป

โดยเนื้อหาคำแถลงการณ์ของ D&G หลังจากที่งานถูกยกเลิกไป บน Instagram เขียนไว้ว่า

“ความฝันของพวกเราคือ มาที่มหานครเซี่ยงไฮ้เพื่อทุ่มเททั้งหมดให้ที่จีนเห็นถึง History และ vision ของเรา ซึ่งมันไม่ใช่แค่งานแฟชั่นโชว์ทั่วไป หสกแต่เป็นงานที่เราทุ่มทำด้วยความรัก และPassion เพื่อคนจีนรวมถึงทุกคนทั่วโลกที่รัก Dolce & Gabbana โดยสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นอะไรที่โชคไม่ดีมากๆ ไม่ใช่แค่สำหรับพวกเรา แต่มันเป็นโชคไม่ดีสำหรับทุกคนที่ทุ่มเททำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่องานนี้”

บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะทำอะไร ต้องมีการคิดให้รัดกุมรอบด้านก่อน ทั้งความรู้สึกของเจ้าของประเทศ และเหล่าคนดัง ต้องมองให้หลายมุม ไม่อย่างนั้นคำว่า ‘โชคไม่ดี’ ของ Dolce & Gabbana อาจจะไม่เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุด ระยะเวลาการปล่อยคลิปเพื่อโปรโมตควรจะนานกว่านี้ ให้แน่ใจในผลตอบรับ และถือเป็นการทำ A/B Test ไปในตัวด้วย หากผลตอบรับออกมาน่าพึงพอใจก็ค่อยๆ โปรโมตต่อไป แต่ถ้าไม่ ก็จะได้มีเวลาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที เหมือนกับเวลาที่คนจีนเข้ามาพักที่โรงแรมเรานั่นแหละ ควรจะทดลองเปรียบเทียบก่อนว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำนะจ๊ะ

ใครที่อ่านแล้วเข้าใจว่าต่อไปควรจะทำยังไงกับการเปิดตลาดนักท่องเที่ยวจีน อย่าลืมบอกพี่สมาร์ทด้วยล่ะ ว่าอะไรได้ผลอะไรใช้ไม่ได้บ้าง ส่วนใครที่อ่านแล้วยังงงๆ อยู่ ลองไปหาสรุปรวมของข่าวนี้กันแล้วจะเข้าใจได้มากขึ้น

ไม่พลาดทุกข่าวสาร และบทความดีๆ จาก Smart Finder อัพเดทตรงถึงเมล์คุณ เพียงแค่กรอกอีเมล์ลงไปในช่องด้านล่างเท่านั้น

จัดทำโดย Smart Finder

Smart Finder a hotel software leader, modern innovative and best choice for your hotel.
Smart Finder ผู้นำด้านซอฟต์แวร์โรงแรมที่ทันสมัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมของคุณ