โรงแรมแต่ละที่ก็จะมีชนิดของเตียง และชื่อเรียกของแต่ละห้องแตกต่างกันไป เชื่อว่าคนโรงแรมมือใหม่ ก็จะมีความสับสนหน่อยๆ วันนี้พี่ Smart ก็เลยจะมาชี้แจงเกี่ยวกับการแบ่งประเภท และชนิดของเตียง ให้คลายความสับสนกัน

แบ่งตามจำนวนและขนาดของเตียงในห้อง

การแบ่งแบบนี้ถือเป็นที่นิยมมาก เพราะใช้ได้กับทั้งโรงแรมขนาดใหญ่แ ละขนาดเล็ก เนื่องจากแบ่งตามจำนวนคนที่เข้าพักเลย โดยจะมีให้เลือกดังนี้

-ห้องเตียงเดี่ยว (Single Bedded Room) จะมีเตียงเดี่ยวขนาดเล็ก 1 เตียง สำหรับแขกที่มาคนเดียว

ตัวอย่าง Single Bedded Room

-ห้องเตียงคู่ หรือห้องทวิน (Twin Bedded Room) จะมีเตียงเดี่ยวจำนวน 2 เตียงสำหรับแขกที่พักไม่เกิน 2 คน

ตัวอย่าง Twin Bedded Room

-ห้องเตียงคู่ (Double Bedded Room) จะมีเตียงใหญ่ 1 เตียง สำหรับแขกที่พักไม่เกิน 2 คน

ตัวอย่าง Double Bedded Room

-ห้อง 3 เตียง(Triple Bedded Room)หรือก็คือ Double room แล้วเพิ่มเตียงเสริม (Extra Bed) สำหรับแขกที่พักไม่เกิน 3 คนนั่นเอง

ตัวอย่าง Triple Bedded Room

แบ่งตามชนิดของเตียง

-เตียงขนาดใหญ่ (King Sized Bed) มีขนาด 80×80 นิ้ว สำหรับห้องขนาดใหญ่ของโรงแรมเช่น Deluxe และ Suite

-เตียงขนาดกลาง (Queen Sized Bed) มีขนาด 60×80 นิ้ว สำหรับห้องที่มีขนาดรองลงมา

-เตียงคู่ขนาดนอน 2 คน (Double Bed) มีขนาด 54×75 สำหรับห้อง Double Bedded Room

-เตียงเดี่ยวขนาดเล็กขนาดนอน 1 คน (Single Bed) มีขนาด 36×75 สำหรับห้อง Single Bedded Room หรือห้องเตียงคู่ (Twin Bedded Room)

แบ่งตามขนาดห้องพัก และทัศนียภาพ

-Standard Room เป็นห้องพักที่มีขนาด และการตกแต่งตามมาตรฐานทั่วไป ซึ่งอาจจะแบ่งย่อยเป็นเตียงเดี่ยว เตียงคู่ ฯลฯ ได้ โรงแรมส่วนใหญ่มีราคาเริ่มต้นจากห้องประเภทนี้

-Superior Room ลักษณะเหมือนห้อง Standard แต่จะมีทัศนียภาพที่ดีกว่า หรือเตียงมีขนาดใหญ่กว่าห้อง Standard ราคาจึงสูงกว่ากันเล็กน้อย

-Deluxe Room ขนาดห้องอาจจะเท่ากันหรือกว้างกว่าห้อง Standard แต่จะเป็นห้องที่ดีที่สุดของโรงแรม เช่น ได้รับการตกแต่งให้สวยงามเป็นพิเศษ มีขนาดเตียงใหญ่เป็นพิเศษ หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในห้อง แล้วยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ในมุมที่สวยที่สุดของโรงแรมแห่งนั้นได้จากห้องพักอีกด้วย จึงเป็นห้องที่มีราคาสูงที่สุดในโรงแรม

-Suite Room เป็นห้องที่มีส่วนของห้องนั่งเล่นอยู่ด้วย โดยจะแยก โซฟา ตู้เย็น โทรทัศน์ โต๊ะเขียนหนังสือ ฯลฯ ออกไปอีก ห้องประเภทนี้จึงมีขนาดใหญ่กว่าห้องประเภทอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีห้องพัก สำหรับกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงด้วย

-Honeymoon Room ห้องสำหรับคู่รัก จะมีเตียงนอนขนาดใหญ่สำหรับ 2 คน มีสิ่งอำนวยความสะดวก และการตกแต่งช่วยเพิ่มบรรยากาศดีๆ ให้กับคู่รักมากกว่าห้องพักมาตรฐานทั่วไป

-Family Room ห้องสำหรับครอบครัว ประมาณ 4 คน โดยจะประกอบไปด้วยเตียงคู่นอนได้ 2 คนสำหรับพ่อ-แม่ และมีเตียงเดี่ยวสำหรับลูกๆ อีก 2 เตียง แต่ถ้าหากเป็นครอบครัวใหญ่ที่มี ปู่-ยา ตา-ยาย มาด้วย ก็จะมีห้องพักแบบ Grand Family Suite ซึ่งจะมีเตียงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 เตียง

สำหรับห้องที่เป็นบริการพิเศษของโรงแรมจะมีดังนี้

-Adjoining/Adjacent Room หมายถึง ห้องพัก 2 ห้อง ที่อยู่ติดกัน

-Connecting Room หมายถึง ห้องที่มีประตูเชื่อมต่อภายใน สามารถเปิดถึงกันได้

-Smoking/Non-Smoking Room ห้องที่อนุญาตให้สูบบุหรี่ และห้องที่ไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ภายในห้องพักได้

-Cabana หมายถึง ห้องที่อยู่ระดับพื้นดิน หรือใกล้สระว่ายน้ำ หรือชายหาด

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็จะได้ใช้กันให้ถูกต้อง จะได้ไม่แนะนำลูกค้าผิดพลาด เพิ่มความเป็นมืออาชีพในการเป็นคนโรงแรมไปอีก

เรียบเรียงจาก : http://www.chillipapper.com

ขอบคุณภาพจาก : Tobaco Hotel, Olivia Martinez, Pinterest

ไม่พลาดทุกข่าวสาร และบทความดีๆ จาก Smart Finder อัพเดทตรงถึงเมล์คุณ เพียงแค่กรอกอีเมล์ลงไปในช่องด้านล่างเท่านั้น

จัดทำโดย Smart Finder

Smart Finder a hotel software leader, modern innovative and best choice for your hotel.
Smart Finder ผู้นำด้านซอฟต์แวร์โรงแรมที่ทันสมัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมของคุณ