เป็นธรรมเนียมไปแล้ว เมื่อปี 2018 กำลังจะผ่านไป ปี 2019 กำลังจะมา พี่สมาร์ทก็อยากจะถามเพื่อนๆ ชาวคนโรงแรมว่า ได้เตรียมพร้อมสำหรับปีหน้าแล้วหรือยัง? ถ้ายัง มาเริ่มต้นจากเทรนด์การตลาดโรงแรมในปี 2019 หรือ 2562 กันดีกว่าครับ ยาวหน่อย แต่รับรองว่าอ่านจบแล้วได้ทั้งประโยชน์และไอเดียเลย

  1. Offline-Online Equilibrium

เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว นักการตลาดโรงแรมค่อนข้างทุ่มงบไปกับการตลาดออนไลน์ซะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากช่องทางการรับสื่อและคอนเทนต์ของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนมาเสพบนโลกออนไลน์ แต่ปี 2019 จะเข้าสู่การเลือกใช้ทั้งแบบ Offline และ Online ให้เหมาะสม หรือที่เรียกว่า Omni Channel ซึ่งเป็นการสื่อสารกับลูกค้าทั้ง Offline และ Online แต่ผสมผสาน และเชื่อมโยงให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้มี Loyalty Customer มากขึ้น

ซึ่งสาเหตุของเทรนด์นี้มาจากข้อมูลการเติบโตของสื่อทั้งจากสมาคมมีเดียเอเจนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย รวมไปถึงสมาคมโฆษณาดิจิทัลแห่งประเทศไทยต่างก็ชี้ตรงกันว่า สื่อดิจิทัลโตต่อเนื่องที่ 20% ทุกปี แต่สื่อเดิมอย่าง โทรทัศน์ วิทยุ และสื่อเอาต์ดอร์ เริ่มมีการเติบโตอย่างคงที่ ไม่ลดลงฮวบฮาบเหมือนตอน 3-4 ปีที่แล้ว รวมไปถึงการลงสื่อโฆษณาในเฟซบุ๊กที่มีราคาสูงขึ้น โรงแรมจึงควรปรับกลยุทธ์ทั้งการตลาดแบบ Offline และ Online ให้สมดุลกันมากขึ้น

  1. ใครเร็วกว่าชนะ

นับวันความอดทนของผู้บริโภคก็ยิ่งต่ำลงเรื่อยๆ จึงไม่แปลกที่เดี๋ยวนี้บางโรงแรมจะเริ่มมีนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบเดี๋ยวนั้น หรือสามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม Chatbot จึงยังคงสำคัญ เช่น การช่วยตอบคำถามที่ถามบ่อย Chatbot จึงช่วยทั้งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว แล้วยังสามารถเปลี่ยนคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าให้กลายเป็นลูกค้าได้อีกด้วย

  1. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน

พูดมาตลอดว่าธุรกิจบริการ หัวใจของการให้บริการก็คือคนที่บริการนั่นเอง สมัยนี้คนส่วนใหญ่จะชอบเล่น Social Media ทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องการความรู้สึกของการอยู่ในสังคมจริงๆ การได้พูดคุยกับคนจริงๆ อยู่ เห็นได้จากเทรนด์ B-Sport หรือการเล่นบอร์ดเกมที่ไม่สามารถเล่นบนหน้าจอหรือเล่นคนเดียวได้ ที่กลายเป็นที่นิยมถึงขนาดมีการจัดการแข่งขันแล้ว

เพราะฉะนั้นผู้เข้าพักจึงโหยหาประสบการณ์เข้าพักที่พวกเขาจะมีปฏิสัมพันธ์กับโรงแรมหรือรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม

  1. Data เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญ

ข้อมูลที่คุณมีจะกลายเป็นอาวุธที่จะทำให้คุณอยู่เหนือคู่แข่ง คุณจะวิเคราะห์ตลาดได้ดีขึ้น ยิงโฆษณาตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า คุณจะสามารถเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์ และสามารถนำมันมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะถึงแม้คุณมีข้อมูลมากเท่าไหร่ ก็จะไม่มีประโยชน์เลย หากคุณไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนา และต่อยอดการทำ Digital Marketing ได้

  1. Personalization

ไม่มีธุรกิจไหนที่ทำออกมาเหมือนกันหมด ทุกธุรกิจย่อมมีความแตกต่าง โรงแรมเองก็เช่นกัน การตอบโจทย์ให้ตรงกับโรงแรมของตัวคุณเองโดยเฉพาะจึงเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด คุณไม่สามารถโน้มน้าวให้คนทุกคน หรือคนทุกประเภทมาพักที่โรงแรมของคุณได้ แต่คุณจะต้องเฉพาะเจาะจงให้ได้ว่า คนกลุ่มไหนที่จะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณแน่ๆ

เอกลักษณ์ตรงนี้แหละที่คุณควรจะเอามาให้ความสำคัญและทำให้มันสัมพันธ์กันหมด ไม่ว่าจะเป็น Content ที่สื่อสารออกไป หน้าเว็บไซต์ และการออกแบบโรงแรม เพราะปี 2019 เทรนด์ความชอบของแต่ละบุคคลจะชัดเจนขึ้น สังเกตได้จากเด็กยุคใหม่ที่ต้องการหาความชอบของตัวเองให้เจอโดยเร็วที่สุด เพื่อแสดงตัวตนและจุดยืนของตัวเอง

ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดก็คงจะเป็น Facebook Group ที่รวบรวมคนที่มีความชอบและความสนใจในเรื่องเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจและคนเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่าในหน้าเพจ นักการตลาดโรงแรมจึงควรโฟกัสไปที่ความต้องการของกลุ่มลูกค้าของตัวเอง

  1. เมื่อคนเล่น Facebook ลดลง

ในปี 2018 เฟซบุ๊กเกิดปัญหาข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และยังมีการวัดผลการลงโฆษณาแบบวิดีโอที่ไม่ชัดเจน สร้างความไม่พอใจให้ทั้งคนที่ใช้งานและผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ยังไม่รวมปัญหาระหว่างการใช้งานต่างๆ ที่สร้างความปวดหัวให้กับนักการตลาดออนไลน์อย่างทั่วถึง หลายคนจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ‘เฟซบุ๊กปลอดภัยจริงหรือ!?’ ปัญหาและคำถามดังกล่าว ทำให้ความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นตกลงทันที เฟซบุ๊กจึงเริ่มกลายเป็นแพลตฟอร์มของผู้สูงอายุ

เหตุการณ์นี้ทำให้จำนวนคนที่มีส่วนร่วมลดลงไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน Instagram Stories และ Twitter กลับได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น และ Gen Y มากขึ้น

Instagram Stories เองก็มีฟีเจอร์ใหม่ออกมารองรับการทำ Interactive Function มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำโพล การเปิดให้ถามอะไรก็ได้ ซึ่งทำให้ถูกพูดถึงและมียอด Engagement เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Twitter กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ทันต่อเหตุการณ์มากที่สุด หากจะทำการตลาดก็มีการเล่นกับ # ที่ยังคงเป็นกระแสดได้ตลอดเวลา ใครที่ไม่อยากตกข่าวหรือกลัวจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องก็ต้องเข้า Twitter นี่แหละครับ

  1. คนต้องการความจริงใจ!

ในโลกโซเชียลที่ทุกอย่างถูกดัดแปลงได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว ทำให้คนต้องการความจริงใจมากขึ้น หากโรงแรมของคุณมีแต่ Content ที่จริงใจและส่งต่อคุณค่าของโรงแรมต่อผู้เข้าพักได้อย่างแท้จริง ผู้เข้าพักก็จะตอบแทนคุณกลับมาโดยที่ไม่ต้องร้องขอเลย แม้แต่การขายสินค้า โพสต์ที่บอกตามตรงว่าขายสินค้าก็ได้รับผลตอบรับที่ดีกว่าโพสต์ที่ไม่บอกตรงๆ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ Twitter ที่มีแต่ข่าวที่เกิดขึ้นจริง และผู้ใช้งานก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างจริงใจ

  1. คนจะใช้ Ad-Block มากขึ้น

การทุ่มงบโฆษณาอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีอีกต่อไป จากผลสำรวจพบว่า ปัจจุบันจำนวน % ของคนใช้โปรแกรมปิดโฆษณาอยู่ที่ 6% และประเทศที่ใช้เยอะสุดอย่างอินโดนีเซีย อยู่ที่ 58%

ในปีหน้านักการตลาดโรงแรมที่ทุ่มงบลงไปกับการโฆษณาอาจจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้ายากขึ้น และอาจจะได้ผลตอบรับที่ไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่ นี่เป็นสัญญาณเตือนให้คุณวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ เพื่อไม่ให้ Ad-Block ส่งผลกระทบถึงได้

  1. Digital Transformation

ตั้งแต่ต้นปี 2018 มีหลายวงการที่เปลี่ยนแปลงไป ที่เห็นได้ชัดก็คือ ธุรกิจธนาคาร ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาวะตลาดหุ้นโลก ธุรกิจขนส่ง แสดงให้เห็นว่า digital disruption เข้ามามีบทบาทกับทุกวงการอย่างกว้างขวาง และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง สุดท้ายคุณจะถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยน

Digital Transformation จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แต่เป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ เริ่มตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดของโรงแรม ที่จะต้องศึกษาเรื่องการลงทุนใน Digital อย่างจริงจัง และความท้าทายที่สุดก็คือ การเปลี่ยนพนักงานทุกคนในโรงแรมให้ปรับตัวทันโลกดิจิทัล ไม่อย่างนั้นโรงแรมของคุณอาจมีจุดจบเหมือนธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ค่อยๆ ล้มตาย เพราะปรับตัวไม่ทันในที่สุด

  1. The Heart is Content

ทุกวันนี้ Content มีมากจนคนตามเสพทุกอย่างไม่ได้ คนจึงต้อง ‘เลือก’ เสพเฉพาะคอนเทนต์ที่ตัวเองสนใจ แต่ผมยังคงยืนยันว่าคอนเทนต์นั้นสำคัญมากครับ นักการตลาดโรงแรมยังต้องทำความเข้าใจตัวตนของลูกค้าตัวเองให้มากที่สุด รู้ว่าคอนเทนต์แบบไหน หรืออะไรที่จะตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ เพื่อให้เข้าไปอยู่ในใจของพวกเขา

หากเป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องหรือส่งมอบคุณค่าต่อกลุ่มเป้าหมายได้ ไม่จำเป็นต้องทุ่มงบการตลาด ก็สามารถเข้าถึงพวกเขาได้ ดีกว่าทุ่มงบการตลาดไปมากมาย แต่กลับไม่สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้เลย

 

อ่านเทรนด์การตลาดโรงแรมมาแรงปี 2018 คลิก

เรียบเรียงโดย : Smart Finder

แหล่งอ้างอิง :

https://thestandard.co/digital-marketing-trends-2019

https://brandinside.asia/digital-marketing-trends-2019

https://thumbsup.in.th/2018/12/marketing-trend-2019

ไม่พลาดทุกข่าวสาร และบทความดีๆ จาก Smart Finder อัพเดทตรงถึงเมล์คุณ เพียงแค่กรอกอีเมล์ลงไปในช่องด้านล่างเท่านั้น

จัดทำโดย Smart Finder

Smart Finder a hotel software leader, modern innovative and best choice for your hotel.
Smart Finder ผู้นำด้านซอฟต์แวร์โรงแรมที่ทันสมัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมของคุณ