วันนี้พี่สมาร์ทจะมาสรุปเทรนด์การท่องเที่ยวในปีหน้าให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งเอาข้อมูลมาจาก Booking.com ซึ่งคาดการณ์เทรนด์ท่องเที่ยวในปี 2020 หรือ 2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ด้วยเทคโนโลยีประมวลผล แต่จะขอสรุปออกมาในแบบของพี่สมาร์ท และมีเพิ่มเติมอีกข้อที่คาดว่าจะกลายเป็นเทรนด์มาแรงในปีหน้าเช่นกัน เพื่อให้คนโรงแรมได้เอาไปวางแผนเตรียมรับมือกับการแข่งขันในปีหน้าครับ

  1. การท่องเที่ยวที่สนุกครบครัน

ในปี 2020 นักท่องเที่ยวต้องการสัมผัส ‘ความสนุกครบครัน’ ที่จบในทริปเดียว จุดมุ่งหมายของพวกเขาจึงมักจะเป็นที่ที่น่าสนใจ และสามารถมอบประสบการณ์ได้หลากหลาย ทั้งหมดต้องอยู่ใกล้กัน เพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง เพราะนักท่องเที่ยวต่างก็ต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน

ในที่นี้ผมคิดว่าการทำให้โรงแรมของเราเป็นหนึ่งในแผนการเดินทางที่สนุกครบครัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาพักก่อนที่จะออกไปทำกิจกรรมต่างๆ โดยโรงแรมอาจจะหาพาร์ทเนอร์มาช่วยได้ครับ เช่น บริษัทดำน้ำเป็นพาร์ทเนอร์กับโรงแรมของคุณ เวลามีคนจองโรงแรมคุณก็แนะนำให้ใช้บริการบริษัทนี้ ถ้ามีคนติดต่อดำน้ำทางบริษัทก็แนะนำให้มาพักที่โรงแรมคุณ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

  1. การออกเดินทางระยะยาว

การวางแผนเกษียณเป็นเหมือนกับ ‘การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย’ ซึ่งชาวไทยวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี และต้องการจะใช้เวลาว่างจากการเกษียณไปกับการท่องเที่ยว ซึ่งจะกินระยะเวลาหลายเดือน โดยมองว่าการวางแผน ‘ชีวิตวัยเกษียณ’ นั้น เท่ากับการวางแผน ‘การเดินทางเพื่อออกผจญภัย’

ในข้อนี้โรงแรมคงจะมองเห็นโอกาสของการทำการตลาดสำหรับวัยเกษียณแล้ว อย่าลืมว่าโรงแรมของคุณก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้พวกเขาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นราวจับในห้องน้ำ พื้นที่ไม่ลื่น ลิฟต์ รถเข็นเผื่อฉุกเฉิน เป็นต้น

  1. ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

เทรนด์นี้อยู่มานานแล้ว และยังจะคงอยู่ต่อไปในปีหน้า เพราะปัจจุบันการตัดสินใจหลักๆ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน นักท่องเที่ยวก็มักจะใช้เทคโนโลยีในการขอคำแนะนำ และระหว่างการเดินทางก็จะใช้แอปพลิเคชัน ที่ช่วยให้สามารถดู และเลือกจองกิจกรรมได้แบบทันทีและง่ายดาย

สิ่งที่โรงแรมควรทำคือการนำเสนอตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ หรือเป็น ‘ไพ่เด็ด’ เพื่อให้พวกเขาค้นพบได้โดยเร็ว ซึ่งไม่ได้หมายถึงโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม แต่หมายถึงสิ่งที่โรงแรมนำเสนอออกมาให้น่าสนใจ เช่น บอกว่าจะพาไปกับกับประสบการณ์แปลกใหม่ได้ ฯลฯ

  1. ทริปสองวัย

ที่เรียกว่า ‘ทริปสองวัย’ ก็เพราะจะมีปู่ย่าตายายตามไปเที่ยวกับหลานๆ โดยไม่มีพ่อแม่ไปด้วย สาเหตุก็เพราะปู่ย่ารู้สึกได้ย้อนวัยตอนที่ใช้เวลากับหลานๆ ในขณะที่พ่อแม่เอง ก็อยากมีเวลาส่วนตัว โดยไม่มีเด็กๆ บ้าง เราจึงจะได้เห็น ‘ทริปสองวัย’ ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในปีหน้าครับ

โรงแรมที่อยากจะจับกลุ่มนี้ นอกจากเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุแล้ว เรื่องที่พักก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ถึงแม้พวกเขาจะมาด้วยกัน แต่หากมีโซนส่วนกลาง และโซนห้องพักแยกกันชัดเจน จะช่วยให้ทั้งสองวัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมากขึ้น และกิจกรรมที่คนสองวัยทำร่วมกันได้ จะได้รับความนิยมมากขึ้นอีกในปีหน้า

  1. ‘เมืองรอง’ มาแรง!

เมืองรอง หรือก็คือ เมืองที่ไม่ค่อยมีใครตั้งใจให้เป็นจุดมุ่งหมาย คนจึงน้อยกว่าเมืองหลักที่คนตั้งใจจะไปตั้งแต่แรก โดยเทรนด์ท่องเที่ยวเมืองรองจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีหน้า เพราะอยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นักท่องเที่ยวในไทยอยากให้มีบริการแนะนำจุดหมายที่จะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งโรงแรมสามารถใช้พื้นที่อย่างเว็บไซต์ของตัวเองในการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้

  1. เที่ยวแบบสโลว์ แทน #FOMO (Fear of Missing Out)

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจะกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และจะเร่งรีบทำทุกอย่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยเสียเงินไปกับค่าที่พัก แต่จะหมดไปกับการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แทน แต่ในปีหน้ามีแนวโน้มที่จะเที่ยวแบบค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น โดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น

นี่เป็นโอกาสของโรงแรม เพราะการใช้เวลาเดินทางนานขึ้นในที่นี้ ก็มีแนวโน้มที่คนจะแวะพักระหว่างทางบ่อยขึ้นด้วย

  1. สัตว์เลี้ยงมาเป็นอันดับหนึ่ง

เทรนด์การเดินทางในปี 2020 จะมีสัตว์เลี้ยงเป็นศูนย์กลาง เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก นักท่องเที่ยวจึงต้องการที่พักที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้ และเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง โดยไม่เกี่ยงถ้าจะต้องจ่ายเพิ่ม เทรนด์นี้เห็นได้อย่างชัดเจนจากที่พักที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com

โรงแรมที่ต้องการจะเจาะกลุ่มนี้ ก็ต้องมองหาวิธีใหม่ๆ ในการยกระดับการบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบมาเพื่อสัตว์เลี้ยง

  1. จองร้านอาหารให้ทัน

นักเดินทางต่างก็แย่งกันจองร้านอาหารดังๆ และร้านอาหารแนะนำบนโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงร้านโปรดของคนท้องถิ่น มีแนวโน้มว่านักท่องเที่ยวต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะคนไทยส่วนใหญ่ที่มองว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญ

โรงแรมที่มีร้านอาหารอยู่แล้ว ถ้าจะเอาดีทางด้านนี้ คุณจะต้องสร้างสรรค์เมนูให้แปลกใหม่ หรือหาจุดเด่นให้เจอชนิดที่วัตถุดิบหรือเมนูนี้ หาทานได้แค่ที่โรงแรมคุณเท่านั้น

  1. ท่องเที่ยวรัก(ษ์)โลก

เทรนด์นี้ผมขอเพิ่มเข้าไปเอง เพราะจากที่สังเกตมา หน่วยงาน และคนรุ่นใหม่ ใส่ใจถึงการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ทรัพยากรหรือการช่วยลด ละ เลิก สิ่งที่ส่งผลกระทบในทางที่ไม่ดีต่อโลกกันมากขึ้น ไม่ว่าจะท่องเที่ยวแบบไหนก็แล้วแต่ ทุกคนมักจะตระหนักถึงข้อนี้ก่อนเสมอ เช่น การออกมาเที่ยวเมืองรองมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยชุมชนท้องถิ่น หรือสนับสนุนการใช้วัตถุดิบในการทำอาหารจากท้องถิ่น ทานอาหารท้องถิ่น เป็นต้น

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาตินี้ รวมไปถึงที่พักที่มีจุดยืนในเรื่องนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้พลาสติก และหันมาใช้สิ่งที่สามารถย่อยสลายได้ การช่วยซื้อวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นโดยตรง เหล่านี้จะทำให้คนที่ต้องการเที่ยวแบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หันมาพักกับคุณ

จากเทรนด์ดังกล่าว ล้วนแล้วแต่ชวนให้โรงแรมคิดต่อไปว่า จะจับกลุ่มเป้าหมายแบบไหน และต้องทำอะไรเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวได้บ้างในปีหน้า อะไรที่คุณคิดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต้องการไปพักกับคุณ?

อ้างอิงจาก : https://travelpredictions2020.com/

https://news.booking.com/

ไม่พลาดทุกข่าวสาร และบทความดีๆ จาก Smart Finder อัพเดทตรงถึงเมล์คุณ เพียงแค่กรอกอีเมล์ลงไปในช่องด้านล่างเท่านั้น

 

จัดทำโดย Smart Finder

Smart Finder a hotel software leader, modern innovative and best choice for your hotel.

Smart Finder ผู้นำด้านซอฟต์แวร์โรงแรมที่ทันสมัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมของคุณ