สิ่งหนึ่งที่นักการตลาดโรงแรมจะสามารถช่วยให้โรงแรมมีกำไรได้มากขึ้น ก็มาจากการไปออกบูธตามที่ต่างๆ เพื่อหาลูกค้าในอนาคตนั่นเอง แต่เวลาที่ไปนั้นก็คงจะไม่อยากแค่ยืนหน้าบูธ แจกโบรชัวร์ แจกนามบัตร แล้วก็กลับหรอกใช่ไหม เพราะการจัดบูธแต่ละครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นขึ้นไป โรงแรมคงไม่อยากให้เงินจำนวนนี้เสียเปล่าไปอย่างแน่นอน ดังนั้น นักการตลาดจึงควรศึกษาข้อมูล และวางแผนการเข้าร่วมงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

1. รู้ว่างานนั้นเกี่ยวกับอะไร

ก่อนที่เราจะตัดสินใจไปออกบูธนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ ศึกษาว่าเป็นงานประเภทอะไร ธีมงานเป็นแบบไหน เน้นอะไร ตรงกับเป้าหมายของคุณหรือเปล่า ถ้าคุณไปออกบูธแล้วนำเสนอโรงแรม จะมีกลุ่มผู้เข้าร่วมงานสนใจ และต่อยอดไปสู่การทำกำไรให้กับโรงแรมได้หรือไม่

2. กลุ่มเป้าหมายคือใคร

การออกบูธจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น กลุ่มเป้าหมายก็ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะบอกได้ว่างานนี้จะได้ผลตอบรับกลับมาดีแค่ไหน เพราะถ้าหากว่าโรงแรมของคุณเตรียมการทุกอย่างมาอย่างดี แต่ผู้ที่มาร่วมงาน ไม่ได้มีความต้องการจองโรงแรม หรือบริการที่โรงแรมมี ไม่ได้เป็นลูกค้าเก่าที่ต้องการมาหาคุณเพื่อจองโรงแรมในราคาสุดพิเศษภายในงานแล้วล่ะก็ สิ่งที่คุณพยายามจะนำเสนอก็คงจะสูญเปล่าไป

3. หา Distributor ในพื้นที่

การไปออกบูธ ก็เหมือนกับการไปเปิดตลาดใหม่ การสำรวจตลาด และหาตัวช่วย หรือคนที่เป็น Distributor ในพื้นที่อยู่แล้ว จะช่วยให้การเจาะตลาดในพื้นที่ที่คุณไปออกบูธง่ายขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศ ลองสังเกตดูว่ามีตัวแทนหรือ Partner เจ้าไหนที่ให้ความร่วมมือกับคุณได้บ้าง พวกเขาจะช่วยให้สามารถเจาะตลาดได้ง่ายขึ้น เพราะการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงโปรโมชั่นต่างๆ ย่อมต้องการคนกระจายข่าว ถ้าเป็นคนในประเทศเดียวกันก็จะสามารถสื่อสารได้ง่ายและไม่ผิดพลาด อย่าลืมสอบถามฟีดแบคด้วย คณจะได้นำมาประเมินผล ก่อนที่จะไปจัดบูธให้ตรงตามความต้องการ

4. สร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)

เพราะการแนะนำแบรนด์โรงแรม โดยส่งข่าวประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงโปรโมชั่นต่างๆ ให้พวกเขาได้รับรู้ก่อนนั้น จะช่วยสร้างความสนใจและความต้องการซื้อของผู้ที่จะมาเข้าร่วมงาน ซึ่งการนำเสนอเพื่อให้เกิดการรับรู้นั้น สามารถทำได้หลายช่องทาง เช่น ทำโฆษณาผ่าน Social Media การขึ้นป้ายโฆษณา การแจกใบปลิว อย่าลืมระบุสถานที่ที่ไปจัดบูธ และเลขที่บูธด้วยล่ะ หรืออาจจะฝากข่าวประชาสัมพันธ์ผ่าน Partner หรือ Distributor ก็ได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณปิดการขายได้ง่ายขึ้น เพราะพวกเขารู้จักคุณอยู่แล้ว

5. สำรวจลูกค้าในพื้นที่

สิ่งที่คุณควรจะทำการบ้านก็คือ ลองวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการมาเที่ยวที่จังหวัดของคุณ หรือถ้าไปออกบูธต่างประเทศ ก็ต้องศึกษาพฤติกรรมการมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยในประเทศนั้นๆ ด้วย เพราะจะช่วยให้คุณได้รู้แนวโน้มของพวกเขาว่าชื่นชอบสถานที่ที่โรงแรมอยู่มากแค่ไหน สถานที่ท่องเที่ยวก็เป็นอีกตัวช่วยที่จะช่วยเปิดโอกาสในการจองโรงแรมของคุณได้มากขึ้น

6. เตรียมแคมเปญดีๆ ที่มอบให้เฉพาะภายในงาน

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน แพคเกจต่างๆ จัดมาให้หมด โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางหรืออาหาร ที่มาพร้อมที่พัก มักดึงดูดลูกค้าได้ตลอด หรือถ้าจะดึงคนให้อยู่ยาวหน่อย ก็จัดซื้อ 1 คืน แถม 1 คืน กันไป นอกจากนี้แล้วยังมี ให้ส่วนลดที่พัก แพคเกจที่พักพร้อมทัวร์ จองวันนี้แถมฟรีiPhoneX ฯลฯ ที่สำคัญคือจะต้องกำหนดเงื่อนไขลงไปว่าต้องจองเฉพาะภายในงานเท่านั้น หรือจนกว่าห้องจะเต็ม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจองทันที ไม่อย่างนั้นจะเสียสิทธิ์ไป อย่าลืมว่าโรงแรมอื่นก็สามารถจัดแคมเปญแรงๆ มาแข่งกับคุณได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น คำพูดหรือข้อความที่สื่อออกไปจึงมีผลต่อการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก

ไม่พลาดทุกข่าวสาร และบทความดีๆ จาก Smart Finder อัพเดทตรงถึงเมลคุณ เพียงแค่กรอกอีเมลลงไปในช่องด้านล่างเท่านั้น

จัดทำโดย Smart Finder

Smart Finder a hotel software leader, modern innovative and best choice for your hotel.
Smart Finder ผู้นำด้านซอฟต์แวร์โรงแรมที่ทันสมัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรม