ยุคสมัยเปลี่ยนไป คนก็เปลี่ยนไป มีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมากมายในช่วง10ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเทคโนโลยีต่างๆอย่างเช่น โมบาย หรือแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่างโซเชียลมีเดีย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าในปี2017นี้ การท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรบ้าง

1. ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความสะดวกสบาย

getvzaguest-cover

ด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่ก้าวหน้าขึ้น เช่น อินเตอร์เน็ต โมบาย หรือ Meta Search ทำให้ชีวิตประจำวันของผู้คนมีความสะดวกสบายมากขึ้น เวลาไปเที่ยวหรือไปพักที่ไหน นักท่องเที่ยวก็อยากได้สิ่งอำนวยความสะดวกแบบเดียวกันเหมือนกับอยู่ที่บ้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นWiFi หรือ ความบรรเทิงต่างๆ โรงแรมควรจะมีสิ่งเหล่านี้ไว้รองรับเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจต่อแขกที่เข้าพัก

โรงแรมอาจจะใช้แอพที่อณุญาติให้แขกสามารถสั่งอาหาร หรือใช้บริการต่างๆของโรงแรมผ่านมือถือได้ด้วยตัวเอง อย่างเช่นGetVZA App ที่มีฟีเจอร์In-room Guest Serviceทำให้แขกสามารถทำอะไรๆได้เองโดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์โทรหาพนักงานเมื่อต้องการอะไร

2. เข้าถึงข้อมูลอย่างสมบูรณ์

iot (Small)

ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้แทบจะทุกอย่างบนโลก ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่อยากรู้ก็สามารถหาได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วผ่านอินเตอร์เน็ต ฉนั้นความโปร่งใสจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโรงแรมสมัยนี้ มีอะไรก็บอกไปตามจริง ถึงปิดบังอะไรไปนักท่องเที่ยวก็รู้อยู่ดีแหละ อีกทั้งยังทำให้ภาพลักษณ์ของโรงแรมดูไม่ดีอีกด้วย

3. ข้อมูลรีวิวคือแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ

หมดยุคแล้วกับการหลงเชื่อคำโฆษณาต่างๆที่มาจากโรงแรม แขกสมัยนี้ให้น้ำหนักกับผู้ที่เคยไปใช้บริการโรงแรมของคุณมากกว่าคุณเองเสียอีก รีวิวจากบุคคลที่สามมาจากคนหลากหลายซึ่งมีอคติน้อยเปรียบเทียบกับโรงแรมที่ต้องบอกว่าของตัวเองดีอยู่แล้ว โจทย์ของโรงแรมในปี2017นี้คงหนีไม่พ้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อแขกเพื่อให้แขกนำสิ่งดีๆไปพูดถึงบนโลกออนไลน์ อย่างเช่นบนเว็บไซต์TripAdvisor Dusii.comหรือเว็บไซต์รีวิวต่างๆ

4. นักท่องเที่ยวจีนยังเป็นกลุ่มหลัก

การท่องเที่ยวของชาวจีนเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกซึ่งทำรายได้ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 498ล้านเหรียญ ถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเช่นกันก็อาศัยนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลักในการทำรายได้เข้าสู่ประเทศ ถึงแม้ว่าในปี2016นี้ เศรษฐกิจจีนจะชลอตัวลง แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าจะไม่กระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางออกนอกประเทศเพื่อท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ

5. อุปสรรคในการท่องเที่ยวลดลง = ?

ด้วยค่าเดินที่ทางถูกลง ไม่ว่าจะตั๋วเครื่องบิน รถไฟ รถทัวร์ หรือแม้แต่รถยนต์ส่วนตัว เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้เกิดความถี่ในการท่องเที่ยวมากขึ้น ผู้คนสามารถบินไปเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆได้โดยสายการบินโลว์คอส จากแต่ก่อนไม่สามารถทำได้เพราะตั๋วเครื่องบินมีราคาแพง แต่เดี๋ยวนี้จะบินไปไหนก็ได้ด้วยราคาที่แสนจะถูก

เมื่ออุปสรรคในการท่องเที่ยวลดลง คนก็จะเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น นี่เป็นตรรกะง่ายๆที่จะเป็นจริงอย่างแน่นอน

6. ต้องการประสบการณ์ที่แตกต่าง

ที่เที่ยวใหม่ๆ ที่พักสไตล์ใหม่ๆ อาหารใหม่ๆ หรืออะไรก็ตามที่ใหม่ๆ เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวสมัยนี้โหยหาเป็นยิ่งนัก ในปี2017นักท่องเที่ยวจะแสวงหาความเป็นตัวเองมากขึ้น จะออกไปทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยมีคนทำเพื่อสร้างความต่างให้กับตัวเอง เพื่อสร้างความยูนิคให้ตัวเอง การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้นักท่องเที่ยวนอกจากจะช่วยให้แขกจดจำคุณไว้ในความทรงจำแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการบอกต่อแบบปากต่อปาก ทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์

7. ขาดโซเชียลไม่ได้

shutterstock_193013642

โซเชียลเป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้คนใช้ในการแสดงความเป็นตัวตนให้แก่คนอื่นได้รับรู้ ไม่ว่าจะไลฟ์สไตล์ ความคิด หรือความเป็นอยู่ต่างๆ ในปี2016อัตราการใช้เฟสบุคของนักท่องเที่ยวมีอัตราสูงถึง89%ซึ่งเรียกได้ว่าแทบจะใช้กันหมดทุกคน ไม่ว่าจะไปไหน หรือเจออะไรใหม่ๆ นักท่องเที่ยวก็นิยมที่จะถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอพร้อมเช็คอินกับสถานที่นั้นๆลงโซเชียลอยู่เสมอ นั่นเป็นสิ่งที่โรงแรมควรจะพัฒนาวิธีที่จะช่วยให้แขกได้โปรโมตโรงแรมของคุณได้ง่ายขึ้น

นี่แหละคือแนวโน้มการท่องเที่ยวที่Smart Finderคาดว่าจะเปลี่ยนไปในปี2017


ไม่พลาดทุกข่าวสาร บทความดีๆ อัพเดทโดนๆ กรอกอีเมล์ลงในช่องด้านล่างนี้ได้เลย แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกส่งไปในเมล์ของคุณ