จากครั้งที่แล้วที่พูดกันว่าทำไมคนถึงเลือกพักที่ Hostel แล้วก็มีคนถามเข้ามาถึงที่พักประเภท Poshtel วันนี้พี่สมาร์ทก็เลยจะมาไขข้อข้องใจที่ว่า Poshtel คืออะไร และแตกต่างจาก Hostel อย่างไรกันครับ เผื่อจะได้ให้คนโรงแรมได้นำไปพิจารณาต่อยอดได้ เพราะทั้ง Hostel และ Poshtel ต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละคนมากกว่าครับ

Poshtel คือ?

Poshtel มาจากคำว่า Posh ที่แปลว่ามีระดับ + (Ho)tel ที่แปลว่า โรงแรม จึงอาจกล่าวได้ว่า Poshtel มีลักษณะคล้ายกับ Hostel  แต่เป็นความคล้ายที่ถูกยกระดับทั้งเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและการตกแต่ง หรือพูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้น Poshtel ก็คือ Boutique Hostel ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สไตล์หรูหราแบบ Luxury ผสมกับความเรียบง่ายนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง Poshtel กับ Hostel

การตกแต่ง ทั้งวัสดุที่ใช้และสไตล์การตกแต่งจะต้องมีความหรูหรา และดูดีกว่าการตกแต่งของ Hostel

สิ่งอำนวยความสะดวก Poshtel จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi บาร์ ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องดนตรี โต๊ะพูล ซึ่งในแต่ละห้อง ก็จะต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เสร็จสรรพ นี่คือสิ่งที่ทำให้ Poshtel แตกต่างจาก Hostel ที่จะมีแค่สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเท่านั้น

ห้องพัก Hostel มักจะมีแต่ห้องพักรวมที่ต้องพักร่วมกัน แต่ Poshtel จะมีห้อง Suite ที่สามารถมองเห็นวิวต่างๆ ได้ แขกจึงมีตัวเลือกห้องพักมากกว่า Hostel

นี่จึงอาจจะเป็นอีกตัวเลือกที่คนจะหันมาพัก Poshtel มากกว่า Hostel แต่ส่วนใหญ่แล้ว Poshtel ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทยนัก และคนที่เข้าพักก็มักจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว ที่ต้องการยกรดับการเข้าพักด้วยบรรยากาศใหม่ๆ รวมไปถึงสไตล์การตกแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกด้วย

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ Poshtel ควรจะต้องมีเป็นหลักก็คือ

  1. สไตล์การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์และหรูหรา หาความแตกต่างที่มีเฉพาะตัวให้เจอ ไม่อย่างนั้นคุณจะดึงดูดความสนใจไม่ได้ และหากไม่มีจุดเด่นตรงนี้มากพอ ก็จะส่งผลกระทบต่อการตั้งราคาขายและต้นทุนด้วย
  2. ห้องอาหาร ควรจะเทียบเท่ากับห้องอาหารของโรงแรม เพื่อตอกย้ำความหรูหราดูดีมีระดับกับผู้เข้าพัก
  3. มีให้เลือกทั้ง Bunk bed และห้องพัก นี่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย แขกจะได้มีตัวเลือกรูปแบบการเข้าพักมากขึ้น

ข้อควรระวังของ Poshtel ก็คือเรื่องของราคา เช่นเดียวกับ Hostel แต่เป็นความกังวลที่แตกต่างกัน เพราะความหรูหราของ Poshtel ทำให้ต้องมีราคาที่สูงตาม จึงขายยากขึ้น ในขณะที่ Hostel ต้องระวังเรื่องต้นทุนเพื่อให้ขายได้ราคาถูกกว่า

เพราะฉะนั้นสไตล์และความแตกต่างจึงเป็นหัวใจสำคัญของ Poshtel แล้วคุณจะได้ลูกค้าประเภท ‘Try-Summer’ มาเข้าพักอย่างแน่นอน อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าใครไม่เข้าใจคำว่า ‘Try-Summer’ ส่งข้อความมาถามได้นะครับ แล้วจะนำมาอธิบายในบทความต่อไปอีกทีครับ

ไม่พลาดทุกข่าวสาร และบทความดีๆ จาก Smart Finder อัพเดทตรงถึงเมล์คุณ เพียงแค่กรอกอีเมล์ลงไปในช่องด้านล่างเท่านั้น

จัดทำโดย Smart Finder

Smart Finder a hotel software leader, modern innovative and best choice for your hotel.

Smart Finder ผู้นำด้านซอฟต์แวร์โรงแรมที่ทันสมัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมของคุณ