ช่วงนี้มักจะได้ยินหลายคนพูดถึง ‘Travel Bubble’ แต่คงมีไม่น้อยที่ยังคงสงสัยอยู่ว่า เจ้า Travel Bubble คืออะไรกันแน่ และถ้าเกิดทำขึ้นมาจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในสถานการณ์ตอนนี้เริ่มมีหลายโครงการที่ออกมากระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกแรงหนึ่ง เช่น โครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA)  ซึ่ง Travel Bubble เองก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทำเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเช่นกัน

Travel Bubble คืออะไร?

Travel Bubble เป็นหนึ่งในมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลกที่กำลังถูกพูดถึงในวงกว้าง เพราะเป็นการร่วมมือกันของกลุ่มประเทศที่อนุญาตให้มีการท่องเที่ยวภายในกลุ่มได้โดยไม่ต้องกักตัว เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว แต่จะต้องลดความเสี่ยงของการระบาด Covid-19 ให้มากที่สุด โดยแต่ละประเทศสามารถประเมินความเสี่ยงของอีกประเทศ และเจรจา เพื่อหาแนวทางร่วมกัน เพราะแต่ละประเทศก็มีกฎระเบียบที่แตกต่างกันออกไป ถือว่าเป็นมาตรการที่ค่อนข้างรัดกุม แต่ย้ำว่า จะต้องมีมาตรการการคัดกรองที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้

ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ และจีน ที่มีนโยบาย Fast Lane เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ(Business Travel) โดยมีเงื่อนไข คือ นักเดินทางต้องได้รับจดหมายเชิญจากบริษัท ต้องมีใบรับรองสุขภาพจากประเทศต้นทาง และต้องตรวจเชื้ออีกครั้งที่ประเทศปลายทาง เพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกกักตัว 14 วัน

นอกจาก  จีน (บางเมือง)-สิงคโปร์ แล้ว ก็ยังมี กรีซ/ไซปรัส-อิสราเอล, เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิธัวเนีย-กลุ่มประเทศบอลติก, นิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย และบางประเทศ-จอร์เจีย อีกด้วย

ส่งผลอย่างไรต่อการท่องเที่ยว?

เจ้าของเพจอ้ายจง ได้พูดคุยกับบริษัทตัวแทนอย่างเป็นทางการของ Mafengfo และสื่อโซเชียลมีเดียจีน ได้ข้อมูลว่า จากแนวทางของ Travel Bubble ที่เกิดขึ้น ทำให้ ‘นักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ’ และ ‘ทัวร์กรุ๊ปเล็ก’ กลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง

ตลาดนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจในปีที่ผ่านมาโตถึง 7% และอาจมีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ และจีนเองก็เป็นตลาดท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ตลาดทัวร์กรุ๊ปเล็กหรือทัวร์ส่วนตัวยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวภายในประเทศ

ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวจีนให้ความสำคัญกับรีวิวบนโลกออนไลน์มากที่สุด ควบคู่ไปกับคำบอกเล่าของคนใกล้ชิด ธุรกิจท่องเที่ยวไทยจึงควรสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวจีนผ่านคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ หรือการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดียจีนให้ได้มากที่สุด

แต่ถ้าหากโรงแรมอยากจะหาลูกค้าใหม่ ในประเทศไทยเอง กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจและทัวร์กรุ๊ปเล็ก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจมากเช่นเดียวกัน เมื่อรู้ข้อมูลของประเทศจีนแล้ว ก็ลองนำมาปรับใช้กับโรงแรมของตัวเองดูครับ

สรุปแล้ว Travel Bubble เป็นการกระตุ้นให้การท่องเที่ยวสามารถเดินต่อไปได้ โดยจับคู่กับประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง Covid-19 ให้นักท่องเที่ยวในประเทศเหล่านั้นเข้ามาเที่ยวในประเทศของตนเอง โดยไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การทำ Travel Bubble ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละประเทศ เพราะหากเตรียมการไม่ดี ก็อาจจะทำให้เกิดการระบาดรอบสอง ซึ่งไม่คุ้มกันเลยกับการเอาชีวิตของคนในประเทศมาเสี่ยง

เรียบเรียงข้อมูลจาก :

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/884943

https://www.facebook.com/aizhongchina

ไม่พลาดทุกข่าวสาร และบทความดีๆ จาก Smart Finder อัพเดทตรงถึงเมล์คุณ เพียงแค่กรอกอีเมล์ลงไปในช่องด้านล่างเท่านั้น

จัดทำโดย Smart Finder

Smart Finder a hotel software leader, modern innovative and best choice for your hotel.

Smart Finder ผู้นำด้านซอฟต์แวร์โรงแรมที่ทันสมัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมของคุณ